[size=2]
[size=5]En skrivelse om en (tidigare) vilsen mamma i det främmande landet Sverige.[/size][/size][size=2]
[size=5]Nu känner hon sig för första gången riktigt "stolt" som mamma.[/size][/size][size=2]
[size=5]Och hon vill dela med sig av sin (o)erfarenhet gällande mammarollen och barnuppfostran i det främmande landet, Sverige, och det främmande landskapet Moders(land)skapet med sina medsystrar.[/size][/size]
[size=2]
[size=5]Skrivelsen är till minne av hennes son som också är hennes lärare som nyss har fyllt 3 år.[/size][/size][size=2]
[size=5]:::[/size][/size]
[size=2]
[size=5]
[/size][/size]
[size=2]
[size=5]:::[/size][/size][size=2]
[size=5]คนจะขำไหมนะ ถ้าวันนึงกรูดจะมานั่งเขียนบทความเกี่ยวกับการเลี้ยงลูก[/size][/size]
[size=2]
[size=5]เมื่อวานเป็นวันครบรอบวันเกิด ๓ ปี ของลูกชาย[/size][/size][size=2]
[size=5]ซึ่งวัย(ย่าง)สามขวบของลูก เป็นช่วงเวลาแรกในชีวิตของแม่ ที่แม่นึกถึงลูก และหัวใจแม่เบิกบานเต็มไปด้วยร้อยยิ้ม[/size][/size][size=2]
[size=5]พร้อมกับความรู้สึก "ภูมิใจ" อย่างแท้จริงว่า "อืม ลูกฉันก็เป็นเด็กน่ารักนะ และฉันก็เป็นแม่ที่ดีอยู่นะ"[/size][/size][size=2]
[size=5]"อืม จริงๆ แล้วพี่น้องเขาก็รักกันอยู่นะ"[/size][/size]
[size=2]
[size=5]ก็เลยอยากจะเขียนบทความเกี่ยวกับการเดินทางของคุณแม่คนนี้[/size][/size][size=2]
[size=5]ซึ่งเป็นคุณแม่ที่ครั้งหนึ่ง (เมื่อไม่นานมานี้) รู้สึกสับสนและไม่มีความมั่นใจในตัวเองในฐานะแม่คนเลย[/size][/size][size=2]
[size=5]แต่วันนี้แม่คนนี้รู้สึกว่า ฉันก็เป็นแม่ที่โอเคอยู่นะ[/size][/size]
[size=2]
[size=5]ก็เลยอยากจะแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อที่เป็นระลึกโอกาสครบรอบสามขวบของลูก และครบรอบครึ่งขวบของความเป็นแม่ที่ค่อนข้างจะโอเคอยู่นะของตัวเอง[/size][/size]
[size=2]
[size=5]...[/size][/size][size=2]
[size=5]เอาเป็นว่า ขอเล่าประสบการณ์ให้ฟังละกันนะคะ[/size][/size][size=2]
[size=5]...[/size][/size][size=2]
[size=5]เพราะคิดว่าคงจะมีคุณแม่คนไทยในต่างแดนหลายๆ คนที่มีปัญหาเหมือนๆ กัน[/size][/size][size=2]
[size=5]เพราะการเลี้ยงลูกโดยลำพังในต่างแดนมันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมันมีมิติด้านความต่างทางวัฒนธรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง[/size][/size][size=2]
[size=5]และนอกจากนี้มันยังมีมิติด้านเวลาอีกด้วย[/size][/size][size=2]
[size=5]เพราะสมัยที่เราเป็นเด็กกับสมัยนี้สังคมมันก็เปลี่ยนไปเยอะ และแนวความคิดเกี่ยวกับการเลี้ยงดูเด็กก็เปลี่ยนตามไปด้วย[/size][/size][size=2]
[size=5]และการเลี้ยงเด็กของสวีเดนในปัจจุบันก็ไม่เหมือนกับในอดีต ซึ่งอันนี้กรูดก็พึ่งรู้เหมือนกัน ... ว่าพ่อแม่ที่นี่ก็สับสนไม่แพ้เราหรอก ... ไอ้เราก็นึกว่ามีแต่เราที่สับสนเพราะเรามาจากต่างวัฒนธรรม แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ คนที่นี่ก็สับสนพอๆ กัน เพราะรุ่นพ่อรุ่นแม่เขา ก็ไม่ได้เลี้ยงลูกแบบนี้[/size][/size][size=2]
[size=5]...[/size][/size]
[size=2]
[size=5]ประเด็นที่คุณแม่คนไทยหลายคนสงสัยคือ เลี้ยงลูกโดยไม่ตี จะเลี้ยงยังไง เพราะที่นี่การตีลูกถือเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย[/size][/size][size=2]
[size=5]ประเด็นต่อไปคือ เลี้ยงลูกโดยลำพัง โดยไม่มีพ่อแม่พี่ป้าน้าอาคอยช่วยเหลือจะทำยังไง แม่แต่จะไปอี้ยังไม่ได้อี้อย่างสบายเลย[/size][/size][size=2]
[size=5]ประเด็นต่อไปคือ เลี้ยงลูกโดยไม่ใช้การโกหก เลี้ยงยังไง[/size][/size][size=2]
[size=5]ประเด็นต่อไปคือ คนที่นี่เขาเลี้ยงดูเด็กกันยังไง[/size][/size][size=2]
[size=5]และอีกประเด็นที่สำคัญคือ แม่คิดอย่างนี้ แล้วพ่อคิดอีกอย่างนึง เช่นเรื่อง การกิน การนอน การโอ๋ วินัย การอาบน้ำ และอื่นๆ อีกจิปาถะ จะจัดการยังไง[/size][/size]
[size=2]
[size=5]เอ หรือเราคิดมากไป[/size][/size][size=2]
[size=5]...[/size][/size][size=2]
[size=5]และของกรูดมีเพิ่มมาอีกประเด็นนึงคือ[/size][/size][size=2]
[size=5]แล้วฉันอยากจะ[/size][/size][size=2]
[size=5]เขียนหนังสือให้เสร็จด้วย[/size][/size][size=2]
[size=5]อยากจะทำงานล่ามด้วย[/size][/size][size=2]
[size=5]อยากจะสอบเอาใบรับรองวิชาชีพล่ามด้วย[/size][/size][size=2]
[size=5]อยากจะสอนหนังสือด้วย[/size][/size][size=2]
[size=5]อยากจะเป็นคนสาธารณะ[/size][/size][size=2]
[size=5]อยากจะเป็นคนของเพื่อน[/size][/size][size=2]
[size=5]อยากจะเป็นแม่ที่ดีไปด้วย[/size][/size][size=2]
[size=5]จะทำยังไง[/size][/size]
[size=2]
[size=5]คำตอบที่พึ่งมาคนพบเมื่อเร็วๆ นี้คือ[/size][/size][size=2]
[size=5]"ทำไม่ได้"[/size][/size][size=2]
[size=5]มันเป็นสมการที่เป็นไปไม่ได้[/size][/size][size=2]
[size=5]แต่เรามองไม่เห็น เราไม่เข้าใจ[/size][/size]
[size=2]
[size=5]เราคิดว่าลูกเรา สามีเราต้องเป็นแบ็คอัพให้เรา ให้เราทำสิ่งต่างๆ ที่เราอยากทำได้สิ[/size][/size][size=2]
[size=5]คนในครอบครัวน่ะเป็นของตาย ให้เวลากันเมื่อไหร่ก็ได้[/size][/size][size=2]
[size=5]งาน เพื่อนฝูง ญาติ คนตกทุกข์ได้อยาก ... ต้องมาก่อน[/size][/size]
[size=2]
[size=5]...[/size][/size][size=2]
[size=5]แต่เราไม่ได้คิดไปว่าลูกเขาไม่รับรู้ตรงนี้ เพราะในความคิดของเรา เด็กก็คือผู้ใหญ่ตัวเล็กๆ ที่มีสำนึกผิดชอบชั่วดีเหมือนผู้ใหญ่ตัวเล็กๆ[/size][/size][size=2]
[size=5]เราไม่รู้หรอกว่าเด็กนั้นก็ไม่ได้ฉลาดหรือมีสำนึกผิดชอบชั่วดีได้มากไปกว่าหมาหรือแมว[/size][/size][size=2]
[size=5]ขออภัย ไม่ได้หยาบคาย แต่แค่มองตัวเองว่า เวลาเราสั่งหมาหรือแมวให้ทำนั่นทำนี่ แล้วมันทำไม่ได้ ทำไม่เราไม่เห็นโกรธมัน ก็เพราะเรารู้ว่ามันไม่ได้เข้าใจภาษาคนอะไรมากมาย[/size][/size][size=2]
[size=5]แล้วทำไมเวลาลูกเราซึ่งพึ่งได้สัมผัสกับภาษาคนแค่หนึ่งหรือสองปี ซึ่งเวลาดังกล่าวเขาต้องเรียนอะไรอย่างอื่นอีกตั้งมากมาย ไม่ใช่เฉพาะภาษาอย่างเดียว เวลาที่เขาไม่ทำในสิ่งที่เราคาดหวัง ทำไมเราถึงรู้สึกถูกขัดใจและมีอารมณ์[/size][/size]
[size=2]
[size=5]ส่วนลูก เวลาที่เขาเห็นแม่อยู่กับคนอื่น ให้ความสนใจแต่คนอื่น เขาก็หาวิธีให้แม่หันมาสนใจเขาบ้าง[/size][/size][size=2]
[size=5]ทำยังไงก็ได้ ขอให้แม่หันมาสนใจหนูบ้าง ถึงจะเป็นการสนใจในทางลบ เช่นการดุ การตะคอกก็ตาม อย่างน้อยแม่ก็ทิ้งคนอื่น และหันมาสนใจหนูชั่วขณะก็แล้วกัน[/size][/size]
[size=2]
[size=5]...[/size][/size][size=2]
[size=5]เชื่อไหม ว่าจุดนี้ เราพึ่งมาค้นพบเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมานี่เอง[/size][/size][size=2]
[size=5]วันนั้นเราไปกินอาหารที่ร้านอาหารกับคุณแม่อีกคนที่มีลูกในวัยไล่เลี่ยกันกับลูกเรา[/size][/size][size=2]
[size=5]เราก็สงสัยว่า เอ ทำไมพฤติกรรมเด็กสองคนถึงต่างกันนัก[/size][/size][size=2]
[size=5]ทำไมลูกเราถึงยุกยิกๆ ปีนป่าย เป็นลิงเป็นค่าง หาเรื่องให้เราต้องหันไปดุตลอด[/size][/size][size=2]
[size=5]ในขณะที่เด็กอีกคนนั่งกินเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้[/size][/size]
[size=2]
[size=5]จริงๆ ก็เคยอ่านเกี่ยวกับเรื่องเด็กเรียกร้องความสนใจ[/size][/size][size=2]
[size=5]แต่ไม่เคยเชื่อมโยงเรื่องที่อ่านกับสถานการณ์ของตัวเอง[/size][/size]
[size=2]
[size=5]แต่วันนั้นไม่รู้ทำไมถึงเกิดตาสว่าง[/size][/size][size=2]
[size=5]มองเห็นความสมการของพฤติกรรมของแม่กับลูก[/size][/size][size=2]
[size=5]เพราะคุณแม่คนนั้นเขาให้ความสนใจกับลูกเขาตลอด ลูกเขามาก่อน[/size][/size][size=2]
[size=5]ส่วนสิ่งที่คุณแม่คนนี้สนใจเป็นสิ่งสุดท้าย คือลูกของตัวเอง[/size][/size]
[size=2]
[size=5]...[/size][/size][size=2]
[size=5]หลังจากวันนั้นก็เริ่มย้อนคิดถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านั้น[/size][/size][size=2]
[size=5]แล้วก็เลยได้คำตอบว่า[/size][/size][size=2]
[size=5]อืม... ถ้าเราลองให้ความสนใจลูกแม้เวลาที่มีคนอื่นอยู่ด้วย ลูกอาจจะไม่ต้องทำตัวเป็นลิงเป็นค่างเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเราก็ได้นะ[/size][/size]
[size=2]
[size=5]...[/size][/size]